วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเกิด


พิพิธภัณฑ์สิรินทร SIRINTORN  MUSEUM
      ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28
กิโลเมตร  (ก่อนถึงสหัสขันธ์ กิโลเมตร)  มีทางแยกขวาไปวัดสักวันอีก กิโลเมตร วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก
โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของบการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้ง
รูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 
100 เมตร มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดิน
บริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีเป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอต
  ประมาณ ตัว ซึ่งอยู่ในยุค
ครีเทเชียส อายุประมาณ 
130 ล้านปี และในพิพิธภัณฑ์ฯยังมีซากปลาโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ซึ่งเป็นปลาน้ำจืด
มีชื่อว่า"เลปิโดเทส"
  มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ65 ล้านปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงเดียวกับไดโนเสาร์ คาดว่า
บริเวณที่พบคงเป็นบึงขนาดใหญ่และเกิดภัยแล้งทำให้ปลาตายและซากถูกโคลนทับไว้กลายเป็นฟอสซิลจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ภายใน
บริเวณเดียวกันยังมีวัดสักกะวัน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล (หลวงพ่อบ้านด่าน) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยทวารวดี ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง



เขื่อนลำปาว 




               
        เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดิน สร้างปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่ต่อเนื่องถึงกันบริเวณเขตติอต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด ความยาวตามสันเขื่อน 7.9 ก.ม. ความสูงของเขื่อนตรงส่วนที่สูงที่สุด 30.7 เมตร สันเขื่อน กว้าง เมตร ฐานเขื่อนตอนที่กว้างที่สุด 125 เมตร เก็บกัก น้ำ ได้ 430 ล้านลูกบาศก์เมตร ในเนื้อที่ประมาณ 5,960 ตารางกิโลเมตร โครงการลำปาวเป็นโครงการชลประทาน เพื่อการเกษตรและบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำปาวและน้ำชี ทดส่งและระบายน้ำในคลองซอยต่าง ๆ บริเวรใต้เขื่อนให้ประชาชนในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด และอำเภอกมลาไสย ได้ทำการเพาะปลูกในเนื้อที่ประมาณ 338,000 ไร่นอกจากนี้ทะเลสาบเหนือเขื่อน ยังเป็นแหล่งเพราะพันธุ์ปลานานาชนิด ประชาชนที่อยู่เหนือเขื่อนซึ่งถูกน้ำท่วมไร่นา ก็จะ หันมาประกอบอาชีพในการจับปลาเพื่อเพิ่มพูนฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว นับว่าเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ประหนึ่งเป็นสายโลหิตชองชาวกาฬสินธุ์ทีเดียว








สถานที่ท่องเที่ยวต่างจังหวัด



วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม 

ตั้งอยู่ ณ ตำบลพระสิงห์  ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุด  ซึ่งสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมาแห่งราชวงศ์มังราย และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานนานถึง80 ปี หน้าประตูทางเข้าวิหารมีบันไดนาคคู่เลื้อยงดงามตาและในวัดยังมีเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง เสาอินทขิลนี้สร้างจากไม้ซุงต้นใหญ่ฝังอยู่ใต้ดิน ประดิษฐานในวิหารจัตุรมุขทรงไทยและในทุกปีจะมีงานเข้าอินทขิลเพื่อเป็นการฉลองเสาหลักเมือง  หน้าประตูทางเข้ามีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง นาคคู่นี้เป็นฝมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิม เชื่อกันว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดในภาคเหนือ










วัดศรีสุพรรณ

 ตั้งอยู่ ณ ถนนสายวัวลาย  ภายในพระอุโบสถมี พระเจ้าเจ็ดตื้อ มีอายุราว 500 ปี สร้างโดยพระเจ้าเมืองแก้ว เป็น ”พระพุทธอัศจรรย์ มีพลานุภาพสูงส่ง ทำให้ผู้ไปนั่งสมาธิมีความปิติอย่างรวดเร็ว อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาสร้างด้วยคอนกรีตและตกแต่งปิดทับด้วยแผ่นอลูมิเนียมและแผ่นเงิน ที่สลักลวดลายหุ้มผนังอุโบสถทั้งหลังจึงนับเป็นอุโบสถเงินหลังแรกของโลก







พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

  วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2919 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการะบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปี มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องสามครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตรสามรอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้ากษัตริย์องค์ที่ 12 ได้ทรงโปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ